AGC Group ประกาศความสำเร็จควบรวม ไทยอาซาฮีเคมีภัณฑ์ และ วีนิไทย จัดตั้งบริษัทใหม่ เอจีซี วีนิไทย (AGC VINYTHAI) ทุ่มขยายกำลังการผลิตรับดีมานด์โซดาไฟและพีวีซีตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พุ่ง

AGC Group ประกาศความสำเร็จควบรวม ไทยอาซาฮีเคมีภัณฑ์ และ วีนิไทย จัดตั้งบริษัทใหม่ เอจีซี วีนิไทย (AGC VINYTHAI) ทุ่มขยายกำลังการผลิตรับดีมานด์โซดาไฟและพีวีซีตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พุ่ง

กรุงเทพฯ, 6 กรกฎาคม 2565 – ไทยอาซาฮีเคมีภัณฑ์ (ACTH) ผู้นำธุรกิจคลอร์-อัลคาไลในประเทศไทย และ วีนิไทย (VINYTHAI) ผู้นำการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โซดาไฟ พีวีซี และอีพิคลอโรไฮ ดริน ประกาศความสำเร็จควบรวมกิจการ และจัดตั้งบริษัทใหม่ภายใต้ชื่อ “บริษัท เอจีซี วีนิไทย จำกัด (มหาชน)” หรือ AGC VINYTHAI PLC. โดยกลุ่มบริษัทเอจีซีซึ่งเป็นบริษัทแม่ได้อัดงบลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดกว่า 25,000 ล้านบาท ทุ่มขยายกำลังการผลิตรับดีมานด์โซดาไฟและพีวีซีในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องกว่าปีละ 4% ตั้งเป้ารักษาแชมป์ พร้อมผลักดันสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจคลอร์-อัลคาไลในระดับภูมิภาค.

มร.คาซูอะกิ โคกะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอจีซี วีนิไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บริษัท เอจีซี วีนิไทย จำกัด (มหาชน) ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของกลุ่มบริษัท เอจีซี ที่ก่อตั้งขึ้นจากการควบรวมธุรกิจระหว่าง บริษัท ไทยอาซาฮีเคมีภัณฑ์ จำกัด ผู้นำด้านธุรกิจคลอร์-อัลคาไล ที่มีประสบการณ์และดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมายาวนานกว่า 56 ปี และบริษัท วีนิไทย จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โซดาไฟ พีวีซี และอีพิคลอโรไฮดริน มากว่า 30 ปี โดยการควบรวมธุรกิจในครั้งนี้จะช่วยให้ เอจีซี วีนิไทย เป็นบริษัทที่เติบโตขึ้นพร้อมประสิทธิภาพในการรุกตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่กำลังขยายตัวกว่าปีละ 4% ทั้งตลาดผลิตภัณฑ์โซดาไฟและพีวีซี อีกทั้งการควบรวมธุรกิจในครั้งนี้ ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งในด้านการแข่งขันและสถานะการเป็นผู้นำในธุรกิจคลอร์-อัลคาไลในภูมิภาคตะวันออกเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย.

นอกจากนี้กลุ่มบริษัทเอจีซี ยังได้วางแผนเพิ่มกำลังการผลิตที่มีอยู่ในประเทศไทย เพื่อรองรับดีมานด์ของตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยได้ตัดสินใจขยายการลงทุนมูลค่าสูงกว่า 25,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดตลอดการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทเอจีซี ที่ผ่านมา ด้วยการนำเทคโนโลยีอันทันสมัยมาปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงานเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต โดยคาดว่าจะสามารถผลิต “โซดาไฟ” จากเดิม 720,000 ตันต่อปี เป็น 940,000 ตันต่อปี และการผลิต “พีวีซี” จากเดิม 450,000 ตันต่อปี เป็น 850,000 ตันต่อปี โดยจะเริ่มดำเนินการได้ใน ไตรมาสที่ 1 ปี พ.ศ. 2568 ที่โรงงานของเอจีซี วีนิไทย ทั้งสองแห่งในจังหวัดระยอง

ทั้งนี้ ในส่วนของการจัดหาวัตถุดิบซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการผลิตและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับธุรกิจ บริษัทฯ จึงได้ร่วมมือกับบริษัทพันธมิตรได้แก่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นครบวงจรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็นบริษัทชั้นนำในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดย GC ได้เข้ามาเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทใหม่นี้ด้วย
“บริษัท เอจีซี วีนิไทย จำกัด (มหาชน) คือผู้ผลิตเคมีภัณฑ์พื้นฐานที่มีความจำเป็นต่อการใช้ชีวิตของผู้คน สังคม ตลอดจนการพัฒนาเศรษฐกิจ พันธกิจของเรามุ่งไปที่การเติบโตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในการตอบสนองต่อความต้องการผลิตภัณฑ์ และความรับผิดชอบในการจัดส่งสินค้าอย่างต่อเนื่อง ผมเชื่อมั่นว่า บริษัท เอจีซี วีนิไทย จำกัด (มหาชน) จะเป็นบริษัทที่มีความเป็นเลิศ เติบโตและพัฒนาเพื่อสังคมที่ยั่งยืนในอนาคต” มร.คาซูอะกิ โคกะ กล่าวทิ้งท้าย

เกี่ยวกับบริษัท เอจีซี วีนิไทย จำกัด (มหาชน) (ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2565)

(1) ชื่อบริษัท:

บริษัท เอจีซี วีนิไทย จำกัด (มหาชน)
AGC VINYTHAI Public Company Limited

(2) ที่ตั้งสำนักงานใหญ่ (โรงงาน): นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยอง

(3) สัดส่วนการถือครองหุ้น:

เอจีซี 70.22%;
บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC 27.32%;
นักลงทุนรายอื่น 2.46%

หมายเหตุ:
ภายในสิ้นปีนี้สัดส่วนของการถือครองจะเป็น AGC = 65%,
GC=32% และนักลงทุนรายอื่น 3%

(4) รายได้จากการขายทั้งหมดในปี 2564 (ก่อนการควบรวมกิจการ): 33,063 ล้านบาท

(5) กำไรจากการดำเนินงานทั้งหมดในปี 2564 (ก่อนการควบรวมกิจการ): 9,173 ล้านบาท

(6) วันที่ก่อตั้งบริษัท: 1 กรกฎาคม 2565

(7) ลักษณะการประกอบธุรกิจ:

ผู้ผลิตและจำหน่ายโซดาไฟ (Caustic soda) พีวีซี (Polyvinyl Chloride), อีพิคลอโรไฮดรินฐานชีวภาพ (Bio-based Epichlorohydrin), โปแตสเซียมไฮดรอกไซด์ (KOH), กรดไฮโดรคลอริก (HCl) โพแทสเซียมคาร์บอเนต (Potassium Carbonate) และ โซเดียมไฮโปคลอไรท์ (Sodium Hypochlorite)

(8) กำลังการผลิตของผลิตภัณฑ์หลัก:

โซดาไฟ 720,000 ตันต่อปี
พีวีซี 450,000 ตันต่อปี
อีพิคลอโรไฮดรินฐานชีวภาพ 120,000 ตันต่อปี

(9) จำนวนพนักงาน: 1,116 คน